การใช้ S-Matrix (เอส-แมททริกซ์) สำหรับ งา

งา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sesamum indicum L.

ชื่อสามัญ : Sesame

 Sesame_smatrix

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

♣ พื้นที่ดอน ระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำขัง

♣ พื้นที่ที่ไม่มีการระบาดของโรคในปีที่ผ่านมา

♣ ดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนเหนียว การระบายน้ำและ การถ่ายเทอากาศดี

♣ ความอุดมสมบูรณ์ตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป

♣ ค่าความเป็น กรด-ด่าง อยู่ระหว่าง 5.5-6.5 pH

♣ ไม่เป็นดินเค็ม

♣ อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตอยู่ระหว่าง 25-35 องศาเซลเซียส

♣ ปริมาณน้ำฝนกระจายสม่ำเสมอประมาณ 800-1,200 มิลลิเมตรต่อปี หรือประมาณ 200 มิลลิเมตรต่อฤดู

การปลูก

ฤดูปลูก

ช่วงปลูกที่เหมาะสม 2 ช่วง

♣ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ปลูกโดยอาศัยแหล่งน้ำหรือน้ำฝน ถ้าฝนมาเร็ว ส่วนมากเป็นการปลูกงาก่อนข้าวนาปี

♣ ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม ปลูกโดยอาศัยน้ำฝน จะได้เมล็ดมี คุณภาพดี เนื่องจากช่วงเก็บเกี่ยวไม่มีฝน

การเตรียมดิน

การเตรียมดินที่ร่วนซุยดีจะช่วยให้งางอกได้ดีและสม่ำเสมอ การไถพรวน จะมากหรือน้อยขึ้นกับโครงสร้างและชนิดของเนื้อดิน และปริมาณวัชพืช

♣ ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ไถ 1-2 คร้ง ดินร่วนเนียวไถ 2-3 ครั้ง

♣ ถ้าดินมีค่าความเป็น กรด-ด่าง ต่ำกว่า 5.5 pH ให้หว่านปูนขาว อัตรา 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วพรวนกลบก่อนปลูก 10-15 วัน

การเตรียมเมล็ดพันธุ์

♣ ใช้เมล็ดพันธุ์จากแหล่งและแปลงที่สะอาดปราศจากการทำลาย ของโรคและเเมลงศัตรูพืช

♣ เมล็ดพันธุ์ต้องมีความงอกไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซนต์ อัตราเมล็ดปลูก 0.5-1.0 กิโลกรัมต่อไร่

วิธีการปลูก

♣ การปลูกแบบโรยเป็นแถว ใช้ระยะแถว 30 ถึง 50 เซนติเมตร เปิดร่องลึกประมาณ 5 เซนติเมตร ใช้อัตราเมล็ดประมาณ 0.5 กิโลกรัมต่อไร่ โรยเมล็ดให้มีจำนวนต้นประมาณ 10-20 ต้นต่อความยาวแถว 1 เมตร

♣ การปลูกโดยวิธีหว่านด้วยแรงงานคน ใช้อัตราเมล็ดประมาณ 1 กิโลกรัมต่อไร่ คราดกลบ หลังหว่าน

♣ การปลูกโดยวิธีหว่านด้วยเครื่องติดท้ายรถแทรกเตอร์ ถังบรรจุเมล็ดพันธุ์มีช่องปล่อยเมล็ดพันธุ์ให้ออกตามอัตราที่กำหนด ใช้อัตราเมล็ดประมาณ 1 กิโลกรัมต่อไร่

การดูแลรักษา

การให้น้ำ

งาค่อนข้างทนแล้ง ไม่จำเป็นต้องให้น้ำ ถ้าดินมีความชื้นสม่ำเสมอตลอดฤดูปลูก การปลูกงาในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ถึงมีนาคมในเขตที่มีการให้น้ำแบบยกแปลงปลูก ก่อนปลูกควรให้ดินมีความชื้นพอเพียง และให้น้ำหลังงอกทุก 7-15 วัน ไม่ควรให้งาขาดน้ำในช่วงออกดอกและติดฝัก หรือประมาณ 30-45 วัน หลังปลูก

การเก็บเกี่ยว

ระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม

เก็บเกี่ยวตามอายุของพันธุ์ที่ปลูก สังเกตจากฝักงา 2 ใน 3 ของลำต้น เปลี่ยนเป็นสีเหลืองและมีจำนวน 80 เปอร์เซนต์ของพื้นที่ปลูกในงาดำและงาแดง สามารถสังเกตจากเมล็ดในฝักที่ 2-3 จากยอดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

วิธีการเก็บเกี่ยว

ตัดต้นงาใต้ฝักล่างสุดแล้วมัดรวมกันมัดละ 10-20 ต้น นำมัดงามาพิงกันไว้กลุ่มละ 3-4 มัด บนลานตากซึ่งอาจปูผ้าใบหรือผ้าใยพลาสติกรองรับเมล็ดที่จะร่วงไว้ ตากแดด ประมาณ 5-7 แดด หรือจนฝักแห้งและแตกอ้า เคาะเมล็ดออกจากฝัก ถ้ายังไม่หมด ตากแดดทิ้งไว้อีก 3-4 แดด จึงเคาะเมล็ดอีกครั้ง อย่าบ่มงาหลังการเก็บเกี่ยว เพราะจะทำให้เมล็ดมีกลิ่นเหม็น และมีเชื้อราติดมากับเมล็ด

ปฏิบัติการหลังการเก็บเกี่ยว

♣ ทำความสะอาดเมล็ด โดยการฝัดด้วยกระด้ง เพื่อให้เศษสิ่งเจือปน และเมล็ดลีบร่วงทิ้งไป

♣ บรรจุเมล็ดงาในกระสอบป่านที่ไม่ชำรุด สะอาด ปากกระสอบ ตัดแต่งให้เรียบร้อย และเย็บปากกระสอบด้วยเชือกฟาง

♣ ควรวางกระสอบที่บรรจุเมล็ดงาในที่ร่ม บนพื้นที่มีไม้รอง

อัตราการใช้ (เอส-แมททริกซ์) กับ งา

1 ฝา = 15 ซี.ซี. (จำนวนครั้งที่ใช้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของพืช)

s-matrix-organic-fertilizer

กรณีแช่เมล็ดพันธุ์หรือฉีดพ่นต้นพันธุ์

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร (แช่เมล็ดพันธุ์/แช่ท่อนพันธุ์/ฉีดพ่นท่อนพันธุ์)

ครั้งที่ 1 และ 2 (ทุกๆ 7 วัน)

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปใช้

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 3 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 4 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 5

สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 2 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 3 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 4 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 5 ใช้ 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ข้อแนะนำ

– กรณีใช้เอส-แมททริกซ์พร้อมกันหลายสูตร สามารถใช้ในปริมาณสูตรละ 7.5 ซี.ซี.ได้ (ยกเว้นเอส-แมททริกซ์ สูตร 5 ใช้อัตรา 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร)

– ห้ามใช้เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 และ อส-แมททริกซ์ สูตร 5 กับพืชต้นอ่อน หรือเพิ่งงอก

– กรณีที่พืชโตแล้ว เริ่มต้นการใช้ตามโปรแกรมด้านบน


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *