วิธีใช้ S-Matrix (เอส-แมททริกซ์) กับ ปาล์มน้ำมัน

ปาล์มน้ำมัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Elaeis guineensis Jacq

ชื่อสามัญ : ปาล์มน้ำมัน ( Oil palm )

 S-Matrix-Oil-palm

ลักษณะทั่วไปของปาล์มน้ำมัน

ประเภท

ปาล์น้ำมันเป็นพืชผสมข้าม มีทั้งช่อดอกเพศผู้และช่อดอกเพศเมีย แยกช่อดอกอยู่ในต้นเดียวกัน การผสมเปิดจะได้ต้นปาล์มรุ่นลูก ที่แตกต่างจากต้นแม่เดิม จึงไม่แนะนำให้เก็บเมล็ดจากใต้ต้น ไปขยายพันธุ์ ถ้าปลูกปาล์มน้ำมันจากเมล็ดที่หล่นใต้ต้น หรือนำมาจากแหล่งผลิตพันธุ์ ที่ไม่น่าเชื่อถือจะทำให้ผลผลิตทะลายสดลดลง 15-50 % และเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มดิบลดลง 35-55 %

ลักษณะผล

ปาล์น้ำมันจำแนกตามลักษณะผล มี 3 แบบ

ดูรา (Dura)

กะลาหนา 2-8 มิลลิเมตร ไม่มีวงเส้นประสีดำอยู่รอบกะลา มีชั้นเปลือกนอกบาง 35-60 % เปอร์เซ็นต์น้ำมันดิบต่ำ มียีนควบคุมเป็นลักษณะเด่น

พิสิเฟอรา (Pisifera)

ลักษณะผลไม่มีกะลา มีข้อเสียคือ ช่อดอกตัวเมียมักเป็นหมัน ทำให้ผลฝ่อลีบ ทะลายเล็ก เนื่องจากผลไม่พัฒนาผลผลิตต่ำมากหรือไม่มีผลผลิต ทรงต้นมักจะใหญ่ไม่ใช้ปลูกเป็นการค้า ยีนควบคุมเป็นลักษณะด้อย

เทเนอรา (Tenera)

ลักษณะผลมีกะลาบาง 0.5-4 มิลลิเมตร มีวงเส้นประสีดำอยู่รอบกะลา มีชั้นเปลือกนอกหนา 60-90 % ลักษณะเทเนอราเป็นพันธุ์ทาง (heterozygous) เกิดจากการผสมข้ามระหว่างลักษณะดูรากับพิสิเฟอรา

สีผล

ปาล์มน้ำมันจำแนกสีผล 2 แบบ

1. สีผลดิบเป็นสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีส้ม (virescens)

2. สีผลดิบเป็นสีดำ เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีแดง (nigrescens)

น้ำมันปาล์ม

ได้จาก 2 ส่วน คือ ส่วนเปลือกนอกประมาณ 16-25 % ของน้ำหนักทะลายและส่วนเนื้อใน ประมาณ 3-5 % ของน้ำหนักทะลาย

ขนาดทะลาย

ควรมีน้ำหนักเฉลี่ยมากกว่า 15 กก.ต่อทะลาย

ความสูง

ความสูงเพิ่มเฉลี่ย 20-50 ซม.ต่อปี แต่การปลูกเพื่อการค้า ต้องการปาล์มน้ำมันที่สูงประมาณ 15-18 เมตร อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 25 ปี

ระยะปลูก

ปลูกเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า ระยะ 9 x 9 x 9 เมตร จำนวนต้นปลูก 22.8 ต้นต่อไร่

การเลือกพื้นที่

♠ ควรเลือกพื้นที่ที่ดินมีชั้นหน้าดินลึก ความอุดมสมบูรณ์สูงถึงปานกลาง

♠ ควรมีลักษณะดินร่วน ดินร่วนปนดินเหนี่ยว ดินเหนี่ยว เนื้อดินไม่ควรเป็นทรายจัด ไม่มีชั้นลูกรัง หรือชั้นดินดานสูงมากกว่า 0.50 เมตร

 มีการระบายน้ำดีถึงปานกลางน้ำไม่แช่ขังนาน ความเป็น กรด-ด่าง ของดินที่เหมาะสม 4-6 (pH)

♠ ความลาดเอียง 1-12 % แต่ไม่ควรเกิน 23 %

♠ ควรอยู่ในเขตที่มีปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่า 1,800 มม./ปี แต่ละเดือนควรมีฝนเฉลี่ยประมาณ 120 มม./เดือน ฝนทิ้งช่วงติดต่อกันนานไม่เกิน 3 เดือน เพราะช่วงแล้งที่ยาวนานทำให้ดอกตัวเมียลดลง ดอกตัวผู้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตลดลงในเวลา 19-22 เดือน หลังจากนั้น

♠ มีแหล่งน้ำสำรองเพียงพอไว้ใช้ ถ้ามีการขาดน้ำมากกว่า 300 มม.ต่อปี หรือช่วงแล้งติดต่อมากกว่า 4 เดือน

♠ พื้นที่ที่มีสภาพไม่เหมาะสมสำหรับปลูกปาล์มน้ำมัน เช่น ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ สภาพพรุ ดินค่อนข้างเค็ม พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังนาน ฯลฯ ต้องมีการจัดการแก้ไขตามสภาพปัญหาของพื้นที่นั้นๆ

♠ เป็นพิ้นที่มีแสงแดดประมาณ 2,000 ชั่วโมง/ปี หรือไม่ควรต่ำกว่า 5 ชั่วโมง/วัน

♠ อุณหภูมิ 22-32 องศาเซลเซียส

♠ ไม่อับลมและไม่มีลมพัดแรง

การปลูกและการดูแลรักษา

♣ เตรียมหลุมปลูก ขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่กว่าถุงต้นกล้าเล็กน้อย รูปตัวยู หรือทรงกระบอก ควรแยกดิน บน-ล่าง ออกจากกัน

♣ ควรใช้ต้นกล้าที่มีอายุตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป ซึ่งมีลักษณะต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่แสดงอาการที่ผิดปกติ และมีใบรูปขนนก จำนวนอย่างน้อย 2 ใบ

♣ เวลาปลูก ควรปลูกในช่วงฤดูฝน ไม่ควรปลูกในช่วงปลายฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูแล้ง หรือหลังจากปลูกแล้ว จะต้องมีฝนตกอีกอย่างน้อยประมาณ 3 เดือน จึงจะเข้าฤดูแล้ง ข้อควรระวัง หลังจากการปลูกไม่ควรเกิน 10 วัน จะต้องมีฝนตก

♣ วิธีการปลูก ถอดถุงพลาสติกออกจากต้นกล้าปาล์มน้ำมัน อย่าให้ก้อนดินแตก จะทำให้ต้นกล้าชะงักการเจริญเติบโต วางต้นกล้าลงในหลุมปลูกใส่ดินชั้นบนลงก้นหลุมแล้วจึงใส่ดินชั้นล่างลงตามไป และจัดต้นกล้าให้ตั้งตรงแล้วจึงอัดดินให้แน่น เมื่อปลูกเสร็จแล้วโคนต้นกล้าจะต้องอยู่ในระดับเดียวกันกับระดับดินเดิมของแปลงปลูก

 ตอนปลูกควรใช้ตาข่ายหุ้มรอบโคนต้นเพื่อป้องกันหนู หลังจากปลูกเตรียมการป้องกันกำจัดหนูโดยวิธีผสมผสาน หากสำรวจแล้วพบว่ามีหนูเข้าทำลาย ควรวางเยื่อพิษและกรงดัก

♣ การปลูกซ่อม เมื่อพบต้นปาล์มที่ถูกทะลายโดยศัตรูพืช และต้นที่กระทบกระเทือนจากการขนส่งหรือการปฏิบัติอย่างรุนแรง ตลอดจนต้นผิดปกติจะต้องขุดทิ้งและปลูกซ่อม ควรปลูกซ่อมให้เร็วที่สุด ดังนั้นควรเตรียมต้นกล้าไว้สำหรับปลูกซ่อมประมาณร้อยละ 5 ของต้นกล้าที่ต้องการใช้ปลูกจริง โดยดูแลรักษาไว้ในถุงพลาสติกสีดำ ขนาด 15 x 18 นิ้ว ต้นกล้าจะมีอายุระหว่าง 2-18 เดือน ทั้งนี้เพื่อให้ต้นกล้าที่นำไปปลูกซ่อมมีขาดใกล้เคียงกันกับต้นกล้าในแปลงปลูกจริง หรือเตรียมโดยนำไปปลูกระหว่างต้นปาล์มในแถวนอกสุด เพื่อให้คงระยะปลูกภายในแปลงไว้และสะดวกในการจัดการสวน

การปลูกซ่อมแบ่งออกเป็น 2 ระยะ

1. ปลูกซ่อมหลังจากปลูกในแปลงประมาณ 1-2 เดือน หรือไม่ควรเกิน 1 ปี อาจเกิดจากการกระทบกระเทือนจากการขนย้ายปลูก ได้รับความเสียหายจากศัตรูปาล์มน้ำมัน เช่น หนู เม่น หรือเกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ความแห้งแล้งหลังปลูกอย่างรุนแรง

2. ปลูกซ่อมหลังจากการย้ายปลูก 1 ปีขึ้นไป เป็นการปลูกซ่อมต้นกล้าที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น ต้นมีลักษณะทรงสูง โตเร็วผิดปกติซึ่งเป็นลักษณะของต้นตัวผู้

♣ กำจัดวัชพืชรอบโคนต้นในช่วงอายุ 1-3 ปี ตามระยะเวลา เช่น ก่อนการใส่ปุ๋ย ถ้าใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ระวังอย่าให้สารเคมีสัมผัส ต้นปาล์มน้ำมัน

การเก็บเกี่ยว

♣ อายุการเก็บเกี่ยว เริ่มให้ผลผลิตครั้งแรกอายุประมาณ 30 เดือน นับจากหลังปลูกลงแปลง และจะให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่องเก็บเกี่ยวได้ตลอดปี แต่ต้งมีการดูแลรักษาที่เหมาะสมต่ออายุและสภาพพื้นที่ แล้วปาล์มน้ำมันจะให้ผลผลิตเฉลี่ยตลอดชีวิต 3,000 กก./ไร่/ปี

รอบการเก็บเกี่ยว อยู่ในช่วง 10-20 วัน แล้วแต่ฤดูกาล โดยเฉลี่ย 15 วันต่อครั้ง

♣ ควรเก็บเกี่ยวเมื่อปาล์มน้ำมันสุกพอดี ชนิดผลดิบสีเขียว ให้เก็บเกี่ยว เมื่อผลสุกเป็นสีส้มมากกว่า 80 % ของผล หรือมีผลร่วง 1-3 ผล ส่วนชนิดผลดิบสีดำเมื่อผลสุกเปลี่ยนสีเป็นสีแดง ให้เก็บเกี่ยวเมื่อมีผลสุก ร่วงจากทะลาย 1-3 ผล เมื่อเฉือนเปลือกจะเห็นเนื้อผลเป็นสีส้มเข้ม

เก็บเกี่ยวทะลายปาล์มน้ำมันแล้ว ควรส่งโรงงานภายใน 24 ชั่วโมง

อัตราการใช้ (เอส-แมททริกซ์) กับ ปาล์มน้ำมัน

1 ฝา = 15 ซี.ซี. (จำนวนครั้งที่ใช้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของพืช)

Smatrix-snaturcool

กรณีแช่เมล็ดพันธุ์หรือฉีดพ่นต้นพันธุ์

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร (แช่เมล็ดพันธุ์/แช่ท่อนพันธุ์/ฉีดพ่นท่อนพันธุ์)

ครั้งที่ 1 และ 2 (ทุกๆ 7 วัน)

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปใช้

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 3 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 4 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 5

สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 2 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 3 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 4 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 5 ใช้ 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ข้อแนะนำ

– กรณีใช้เอส-แมททริกซ์พร้อมกันหลายสูตร สามารถใช้ในปริมาณสูตรละ 7.5 ซี.ซี.ได้ (ยกเว้นเอส-แมททริกซ์ สูตร 5 ใช้อัตรา 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร)

– ห้ามใช้เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 และ อส-แมททริกซ์ สูตร 5 กับพืชต้นอ่อน หรือเพิ่งงอก

– กรณีที่พืชโตแล้ว เริ่มต้นการใช้ตามโปรแกรมด้านบน


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *