การใช้ S-Matrix(เอส-แมททริกซ์) สำหรับส้มเขียวหวาน

ส้มเขียวหวาน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Citrus sinensis Osb.

ชื่อสามัญ : Tangerine

 s-matrix_ส้มเขียวหวาน

ส้มเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กในสกุล Citrus วงศ์ Rutaceae เจริญเติบโตและแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยมากมีน้ำมันหอมระเหยในใบ ดอก และผล และมีกลิ่นน้ำมันหอมระเหย จัดเป็นไม้ผลขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 2.5 – 3.0 เมตร ทรงพุ่มมีลักษณะแน่นทึบ เริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุ 3 ปี และให้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 15 ปี ถ้ามีการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ตั้งแต่เิ่มออกดอกจนถึงดอกบานใช้เวลาประมาณ 20 – 25 วัน นับจากดอกบานจนถึงผลแก่ใช้เวลาประมาณ 10 เดือน ต้นที่มีอายุ 10 ปี สามารถให้ผลผลิตประมาณ 150 – 180 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี น้ำหนักเฉลี่ยของผลประมาณ 8 ผลต่อ 1 กิโลกรัม

การเตรียมพื้นที่ปลูก

แบ่งออกเป็น

1. พื้นที่ลุ่ม นิยมปลูกแบบยกร่องขนาดแปลงหลังร่องประมาณ 6 เมตร ร่องน้ำกว้างประมาณ 1.5 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร ด้านล่างร่องน้ำกว้างประมาณ 0.7 เมตร แนวแปลงควรเป็นแนวเหนือ-ใต้ อาจจะตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 เดือน เพื่อไม่ให้ทรงพุ่มบังแสงแดดกัน ระยะปลูกประมาณ 3.5 เมตร ได้ประมาณ 60 ต้น/ไร่

2. พื้นที่ดอน ก่อนปลูกควรปรับพื้นที่ให้เรียบและไถกลบดินลึกซัก 2 ครั้ง เพื่อให้ดินร่วนซุย ระยะปลูกประมาณ 5.5-6 x 5.5-6 เมตร จะปลูกได้ประมาณ 45 – 50 ต้น/ไร่ สำหรับการเตรียมพื้นที่ปลูกส้มมีข้อแนะนำว่า ไม่ควรใช้รถแม็คโคในการเตรียมพื้นที่ เนื่องจากรถมีน้ำหนักมากจะทำให้ ดินเกิดการยุบตัวและจับกันแน่น ควรจะให้รถแทรคเตอร์ติดอุปกรณ์พ่วงที่มีน้ำหนักน้อยกว่าแทน

การเตรียมความพร้อมก่อนปลูก

ดิน หลังจากทำการเปิดพื้นที่ วางผัง จัดระบบร่องปลูก ระยะปลูกตามความเหมาะสมของพื้นที่แล้ว ก่อนดำเนินการขั้นต่อไปจะต้องทำการวิเคราะห์ดินโดยละเอียด หากพื้นที่ปลูกเป็นแปลงใหญ่ควรทำแผนที่ ที่ดินแยกไปตามความแตกต่างของคุณสมบัติ โดยใช้ผลการวิเคราะห์ดินเป็นเครื่องชีในการทำแผนที่ที่ดิน จากนั้นจึงทำการปรับปรุงดิน ไปตามคุณสมบัติของดินซึ่งการปรับปรุงดินก่อนปลูกนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตการปลูกส้ม เรื่องของดินซึ่งเป็นเรื่องของเคมีที่เกี่ยวกับดินเป็นศาสตร์ ที่มีความซับซ้อนมาก การปลูกส้มลงไปแล้วจนส้มเจริญเติบโต เมื่อส้มมีการผิดปรกติจะต้องพิจารณาพื้นฐานคือคุณสมบัติของดิน น้ำ ปุ๋ย ก่อนเป็นเบื้องต้น ตัวอย่างดินที่เก็บสามารถส่งไปวิเคราะห์ได้ที่สำนักวิจัยและพัฒนา (สวพ.) ของกรมวิชาการเกษตรในท้องถิ่น รวมทั้งกอง เกษตรเคมี กรมวิชาการเกษตรส่วนกลางและมหาวิทยาลัยหลายแห่งในท้องถิ่นของท่าน

น้ำและการติดตั้งระบบน้ำ หลังจากการเตรียมพื้นที่และพัฒนาแหล่งน้ำอย่างเพียงพอสำหรับในวันนี้และวันหน้า รวมทั้งการกำหนดระยะปลูกเรียบร้อยแล้วจึงทำการติดตั้งระบบการให้น้ำพืช โดยการออกแบบและติดตั้งระบบการให้น้ำแก่ส้มจะต้องอาศัยมืออาชีพที่เข้าใจและมีประสบการณ์เท่านั้น โดยเฉพาะการออกแบบผู้ออกแบบจะต้องมีความรู้ในเรื่องการออกแบบ รู้วิธีการคำนวนอัตราการไหลใน ท่อ เข้าใจการคำนวนหาขนาดท่อที่เหมาะสม เข้าใจการเลือกขนาดปั้มไฟฟ้่หรือปั้มเครื่องยนต์ เข้าใจการเลือกเครื่องกรอง หัว จ่ายน้ำ เข้าใจความต้องการน้ำของส้มที่สอดคล้องกัลสภาพดินและภูมมิอากาศตรงบริเวณนั้นๆ ทั้งนี้ เพื่อให้การลงทุนในการติดตั้ง ระบบให้น้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ต้นทุนต่ำและการดูแลรักษาระบบง่ายในระยะยาว

แหล่งกิ่งพันธุ์ส้ม ควรใช้ความพิธีพิถันในการเลือกแหล่งซื้อที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะกิ่งส้มปลอดโรค จะต้องปลอดโรคจริงๆ ขณะเดียวกัน ต้นส้ม ตอส้ม ที่จะใช้ก็ควรเหมาะสมกับดินที่ปลูกด้วย

การปลูก สำหรับฤดูกาลที่เหมาะสมในการปลูกส้มในบ้านเราก็คือต้นฤดูฝนจะทำให้ไม่มีปัญหาในการเฝ้าระวังเรื่องการให้น้ำ แต่ถ้า มีการติดตั้งระบบการให้น้ำอย่างเพียงพอแล้วสามารถปลูกได้ทุกช่วง ยกเว้นช่วงที่อากาศหนาวซึ่งส้มจะตั้วตัวได้ช้ากว่าปกติ ขั้นตอนการปลูกสามารถทำได้ดังนี้

1. ขุดหลุมให้มีขนาดใกล้เคียงกับขนาดของกระเปาะรากส้ม โดยให้กว้างกว่าเล็กน้อยแต่ไม่ลึกกว่า

2. ผสมดิน ปุ๋ยคอก เข้าด้วยกันในหลุมสูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุมหรือไม่ใส่ปุ๋ยรองก้นหลุมก็ได้ถ้าเตรียมดินไว้ดีแล้ว

3. ผ่าถุงปลูกหรือภาชนะปลูกออก

4. วางต้นส้มลงในหลุมปลูกที่เตรียมไว้โดยให้รอยต่อที่ติดดา (Bud Union) อยู่เหนือดิน อย่าให้รากโผล่ขึ้นเหนือดิน

5. ใส่ดินลงไปให้เต็มหลุมและกดดินรอบๆ โคนต้นให้แน่นเผื่อการยุบตัวของดิน ปักไม้หลักและผูกเชือกยึด เพื่อป้องกันลมพัดโยก ทำเป็นแอ่งเล็กๆ จากโคนต้นเพื่อให้สามารถรองรับน้ำเวลาที่ทำการให้น้ำจนกระทั่งต้นส้มเริ่มแตกยอดใหม่ ซึ่งหมายถึง ส้มเริ่มตั้วตัวได้แล้วจึงเกลี่ยแอ่งดังกล่าวให้เสมอดินเดิม

6. ให้น้ำอย่างเพียงพอเพื่อไล่ฟองอากาศออกและให้รากเกาะดินให้แน่น

7. ใส่ดินเพิ่มเติมลงไปรอบๆ แอ่งที่ทำไว้ และคุมดินรอบโคนด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง

8. หุ้มลำต้นส้มด้วยกระสอบป่านหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ เพื่อป้องกันสารกำจัดสัตรูพืชหรือวัชพืช และช่วยป้องกันการแตกยอดอ่อน บริเวณโคนลำต้นด้วย

 การปฏิบัติดูแลรักษา การให้น้ำระยะเพิ่งปลูกใหม่ๆ ควรให้น้ำทุกวัน หลังจากปลูก 2 สัปดาห์ ส้มเริ่มตั้งตัวได้แล้ว การให้น้ำควรให้วันเว้นวัน แต่เมื่อส้มโตแล้วการให้น้ำจะต้องควบคุมให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงการเจริญเติบโตและสภาพทั่วๆไป เช่น ในระยะก่อนออกดอกจะต้องการน้ำน้อย เพื่อให้มีช่วงเก็บสะสมอาหาร แต่เมื่อติดผลแล้วจะมีการต้องการน้ำมากขึ้นเลื่อยๆ จนถึงผลแก่ เมื่อ เข้าสีแล้วควรลดปริมาณน้ำลง จากปกติจะช่วยให้ผลส้มแก่เร็วขึ้นวิธีการให้น้ำมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เช่น การให้น้ำทางสายยาง การใช้เรือรดน้ำ และการให้น้ำในระบบน้ำเหวี่ยง

วิธีการเก็บเกี่ยวส้ม

โดยทั่วไปการเก็บเกี่ยวส้มจะใช้แรงงานมนุษย์ สำหรับส้มที่อายุน้อยหรือต้นเตี้ยจะสะดวกในการเก็บเกี่ยว โดยสามารถยืนเก็บได้เลย แต่กรณีที่ต้นส้มมีความสูงหรือมีอายุมากขึ้น จำเป็นจะต้องใช้บันได หรือรถกระเช้าเก็บ การเก็บเกี่ยวส้มเขียวหวานโดยทั่วไป ใช้วิธีบิดขั่วแล้วดึงลงในตะกร้า กับอีกวิธีที่พิถีพิถันก็คือการตัดขั้ว ด้วยกรรไกร ซึ่งจะต้องตัดก้านออกให้หมด เพื่อให้ก้านที่เหลือไม่ไปทิ่มผลอื่นเป็นแผล ใส่ในถุงผ้าแล้วนำไปเทลงในตะกร้า วิธีนี้จะทำให้ผลส้มไม่ช้ำ และสามารถวางตลาดได้ยาวนานกว่า สำหรับส้มโชกุน ซึ่งเป็นส้มที่ได้ราคาดี โดยส่วนใหญ่จะเก็บเกี่ยวโดยการตัดขั้วผลลงในตะกร้า หรือใส่ลงในถุงผ้าแล้วนำไปเทลงในตะกร้า เพื่อนำไปยังโรงงานคัดบรรจุหีบห่อ การเก็บเกี่ยวส้มไม่ควรเก็บเกี่ยวผลส้มหลังจากฝนตก หรือหลังการให้น้ำฉีดพ่นแบบทำให้ผลเปียก เพราะส้มที่ยังเปียกจะมีเซลล์ผิวที่เต่ง จึงเป็นแผลได้ง่าย นอกจากนั้นต่อมน้ำมันที่เปลือกยังแตกง่ายทำให้เกิดตำนิที่ผิวได้ และยังง่ายต่อการแผ่ระบาดของโรคหลังเก็บเกี่ยวด้วย ปัญหาการเก็บเกี่ยวส้มเขียวหวานในไทย มีทั้งปัญหาเก็บเกี่ยวผลที่ยังไม่ได้อายุ โดยเฉพาะส้มช่วงนอกฤดูแล้วนำไปทำการบ่ม ทำให้มีปัญหาเรื่องคุณภาพ (เปรี้ยว) การเก็บเกี่ยวเกินอายุ เพื่อดึงราคาส้มให้ได้ราคาดี ทำให้ส้มมีปัญหาเรื่องคุณภาพ เช่น ฟ่ามหรือรสชืดลง หรือมีกลิ่นเหมือนเหล้าหมัก เพราะน้ำตาลเริ่มเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์ ปัญหาเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคเริ่มระมัดระวังในการซื้อส้มบริโภคมากยิ่งขึ้น และส่งผลให้ลดการบริโภคส้ม ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาการตลาดส้มโดยรวม

การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว

เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วจะทำการล้างทำความสะอาดผลส้ม แล้วคัดขนาดบรรจุลงในหีบห่อ หรือภาชนะกล่องกระดาษ ตระกร้า พลาสติก เพื่อส่งไปจำหน่าย หรือเก็บรักษาส้มเพื่อรอการจำหน่ายทำได้หลายวิธี เช่น การเก็บในห้องเย็น การเคลือบผิวส้มด้วยน้ำยา

อัตราการใช้ (เอส-แมททริกซ์) กับ ส้มเขียวหวาน

1 ฝา = 15 ซี.ซี. (จำนวนครั้งที่ใช้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของพืช)

s-matrix-organic-fertilizer

กรณีแช่เมล็ดพันธุ์หรือฉีดพ่นต้นพันธุ์

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร (แช่เมล็ดพันธุ์/แช่ท่อนพันธุ์/ฉีดพ่นท่อนพันธุ์)

ครั้งที่ 1 และ 2 (ทุกๆ 7 วัน)

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปใช้

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 3 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 4 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 5

สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 2 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 3 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 4 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 5 ใช้ 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ข้อแนะนำ

– กรณีใช้เอส-แมททริกซ์พร้อมกันหลายสูตร สามารถใช้ในปริมาณสูตรละ 7.5 ซี.ซี.ได้ (ยกเว้นเอส-แมททริกซ์ สูตร 5 ใช้อัตรา 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร)

– ห้ามใช้เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 และ อส-แมททริกซ์ สูตร 5 กับพืชต้นอ่อน หรือเพิ่งงอก

– กรณีที่พืชโตแล้ว เริ่มต้นการใช้ตามโปรแกรมด้านบน

 


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *