การใช้ S-Matrix(เอส-แมททริกซ์) สำหรับส้มโอ

ส้มโอ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Citrus maxima (Burm.) Merrill

ชื่อสามัญ : Pommelo

 s-matrix-ส้มโอ

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

♦ อุณหภูมิเฉลี่ย 25 – 30 องศาเซลเซียส

♦ ปริมาณน้ำฝน 1200 – 2000 มิลลิเมตร ต่อปี

♦ ดินร่วนปนทราย การระบายน้ำดี

♦ ความเป็น กรด – ด่าง 5.5 – 6 pH

การปลูก

การเตรียมดิน

♦ วิเคราะห์ดิน เพื่อประเมินค่าความอุดมสมบูรณ์ของธาตุอาหารพืชในดินและความเป็น กรด-ด่าง ของดิน ปรับสภาพดินตามคำแนะนำก่อนปลูก

♦ ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ 20 – 25 วัน พรวนย่อยดินอีก 2 ครั้ง ปรับระดับดินให้สม่ำเสมอ  และคราดเก็บเศษวัชพืชออกจากแปลง

♦ พื้นที่ดอนที่น้ำไม่ท่วมขัง ไม่ต้องยกร่อง ควรทำร่องน้ำตามความยาวของพื้นที่ กว้าง 25 เซนติเมตร ลึก 20 เซนติเมตร ทุกระยะ 100 เมตร ของแนวปลูก หรืออาจยกร่องเป็นลักษณะลูกฟูก เพื่อระบายน้ำโดยทำการกักน้ำเป็นจุดๆ ขณะที่น้ำไหลผ่านร่องตลอดเวลา

♦ พื้นที่ลุ่มที่มีน้ำท่วมขัง ปลูกบนสันร่องกว้าง 6 – 7 เมตร ระหว่างร่องกว้าง 1 เมตร ลึก 1 เมตร ควรยกร่องในแนวทิศ เหนือ-ใต้ เพื่อให้ส้มโอได้รับแสงแดดสม่ำเสมอและทั่วถึง หากเป็นที่ลุ่มมากต้องทำคันกั้นน้ำรอบสวน และฝังท่อระบายน้ำเข้าและออกจากสวน เพื่อควบคุมระดับน้ำในสวน ได้ตลอดเวลา

ระยะปลูก

♦ พื้นที่ดอน ระยะปลูกระหว่างแถวและต้น 6 x 6 เมตร และควรปลูกพืชล้มลุกด้วยในช่วงระยะเวลาช่วงปีที่1 – ปีที่4 เพื่อเพิ่มรายได้อีกทาง ก่อนที่ส้มโอจะให้ผลผลิต

♦ พื้นที่ลุ่ม ระยะปลูกแถวและต้น 8 x 6 เมตร

หลุมปลูก (ปลูกช่วงต้นฤดูฝน)

♦ ขุดหลุมปลูกขนาดกว้าง ยาว ลึก ประมาณ 50 x 50 x 50 เซนติเมตร

♦ ผสมดินที่ได้จากการขุดหลุมกับปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายดีแล้ว อัตรา 4 – 6 กิโลกรัม ใส่ลงในหลุมประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม

วิธีปลูก

♦ วางตันพันธุ์ส้มโอลงในหลุมให้รอยต่อระหว่างต้นตอและราก สูงกว่าระดับพื้นดินปากหลุมเล็กน้อย

♦ ใช้มีดคมกรีดจากก้นถุงขึ้นมาจนถึงปากถุงทั้งสองด้าน แล้วดึงถุงพลาสติกออก ระวังอย่าให้ดินแตก

♦ กลบดินที่เหลือลงในหลุม ซึ่งจะนูนเหมือนหลังเต่า แล้วกดดินบริเวณรอบต้นตอให้แน่น

♦ ปักไม้หลักและผูกเชือกยึดต้นตอเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นตอหรือต้นพันธุ์โยกคลอน ล้ม

♦ คลุมดินบริเวณโคนต้นด้วยฟางข้าวหรือหญ้าแห้ง

♦ รดน้ำให้ชุ่ม

การดูแลรักษา

การให้น้ำ

♦ ความต้องการน้ำของส้มโอประมาณ 0.6 เท่าของค่าอัตราการระเหยน้ำ (มิลลิเมตรต่อวัน) คูณด้วยพื้นที่ใต้ทรงพุ่ม เช่น เมื่ออัตราการระเหยของน้ำวันละ 3.8 – 5.7 มิลลิเมตร มีพื้นที่ทรงพุ่ม 1 ตารางเมตร เท่ากับการให้น้ำ 2.3 – 3.4 ลิตร ต่อต้น ต่อวัน

♦ ส้มโออายุ 4 ปี เริ่มให้ผลผลิต ควรงดให้น้ำ 15 – 30 วัน ก่อนออกดอก เพื่อให้ส้มโอออกดอกและติดผลได้ดี ไม่แตกยอดอ่อน

♦ ควรงดการให้น้ำในช่วงส้มโอออกดอก เพื่อป้องกันดอกร่วงและเริ่มให้น้ำอีกหลังช่อดอกเริ่มพัฒนา โดยเพิ่มปริมาณน้ำทีละน้อยจนถึงปริมาณที่ระดับน้ำการให้น้ำที่ปกติ

♦ ถ้าใบอ่อนเริ่มห่อตัวแสดงว่าส้มโอขาดน้ำ ควรรีบให้น้ำ

การดูแลรักษาหลังติดผล

♦ เก็บผลที่เป็นโรค หรือมีอาการยางไหล นำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก

♦ ตัดแต่งผลออกให้เหลือผลเดี่ยว 2 – 3 ผลต่อกิ่ง

♦ ควรใช้ไม้ค้ำยันเพื่อป้องกันกิ่งฉีกหัก

การตัดแต่งและควบคุมทรงพุ่ม

♦ หลังเก็บเกี่ยว ควรตัดแต่งกิ่งกระโดง กิ่งแห้ง กิ่งคดงอ และกิ่งเบียดเสียดออก เพื่อให้ทรงพุ่มโดยเฉพาะยอดโปร่งแสงแดดส่องเข้าถึงภายในทรงพุ่ม

♦ หลังการตัดแต่งกิ่ง ควรทาปูนขาว หรือปูนแดง

การเก็บเกี่ยว

ระยะการเก็บเกี่ยว

♦ เก็บผลผลิตหลังดอกบาน 6.5 – 7.5 เดือน ถ้าเก็บผลอายุมากขึ้น คุณภาพของเนื้อส้มโอจะลดลง เนื้อจะแข็งร่วนคล้ายข้าวสาร

♦ ผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยว ต่อมน้ำมันรอบจุดสีน้ำตาลที่บริเวณก้นผลจะห่าง สีเปลือกรอบจุดสีน้ำตาลจะเป็นสีเหลือง ผิวก้นผลไม่เรียบ นิ่ม ผิงผลมีนวล

♦ ผลที่เก็บหลังดอกบาน 6.5 เดือน มีรสหวานเปรี้ยว มีอายุการวางขายนาน ผลที่เก็บหลังดอกบาน 7.5 เดือน มีรสอมเปรี้ยวเพียงเล็กน้อย

การปฏิบัติขณะเก็บเกี่ยว

♦ ใช้กรรไกรตัดก้านขั้วผลและมีถุงผ้ารองรับ

♦ ส้มโอที่เก็บเกี่ยวแล้ว ควรใส่เข่งหรือตะกร้าที่สะอาด แล้วรวบรวมไว้ในที่ร่ม

การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว

การคัดเลือกผล

♦ คัดผลที่มีตำนิและเป็นโรคออก

♦ คัดขนาดคุณภาพส้มโอตามมาตรฐานส้มโอ หรือตามความต้องการของตลาด

ตัดแต่งและล้างทำความสะอาด

ผึ่งให้แห้ง จะเคลือบด้วยสารเคลือบผิวหรือไม่ก็ได้ การตลาดภายในประเทศบรรจุในตะกร้าพลาสติก โดยเรียงส้มโอ 2-3 ชั้น สำหรับตลาดต่างประเทศบรรจุในกล่องกระดาษลูกฟูก เรียง 1-2 ชั้น โดยมีกระดาษลูกฟูกคั่นระหว่างผล

การเก็บรักษาและการขนส่ง

♦ การเก็บรักษา

เก็บผลส้มโอในภาชนะที่สะอาดและเก็บไว้ที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ถ้าเก็บรักษาในห้องเย็นควรเก็บที่อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 85 – 95 %

♦ การขนส่ง

การขนส่งทางเรือโดยใช้ตู้ปรับอุณหภูมิ หากขนส่งนาน 2 สัปดาห์ ควรใช้อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำกว่านี้เหมาะสำหรับการขนส่งระยะสั้นไม่เกิน 1 – 2 สัปดาห์

อัตราการใช้ (เอส-แมททริกซ์) กับ ส้มโอ

1 ฝา = 15 ซี.ซี. (จำนวนครั้งที่ใช้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของพืช)

s-matrix-organic-fertilizer

กรณีแช่เมล็ดพันธุ์หรือฉีดพ่นต้นพันธุ์

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร (แช่เมล็ดพันธุ์/แช่ท่อนพันธุ์/ฉีดพ่นท่อนพันธุ์)

ครั้งที่ 1 และ 2 (ทุกๆ 7 วัน)

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปใช้

เอส-แมททริกซ์ สูตร 1 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 3 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 4 + เอส-แมททริกซ์ สูตร 5

สูตร 1 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 2 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 3 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 4 ใช้ 15 ซี.ซี. สูตร 5 ใช้ 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

ข้อแนะนำ

– กรณีใช้เอส-แมททริกซ์พร้อมกันหลายสูตร สามารถใช้ในปริมาณสูตรละ 7.5 ซี.ซี.ได้ (ยกเว้นเอส-แมททริกซ์ สูตร 5 ใช้อัตรา 1 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร)

– ห้ามใช้เอส-แมททริกซ์ สูตร 2 และ อส-แมททริกซ์ สูตร 5 กับพืชต้นอ่อน หรือเพิ่งงอก

– กรณีที่พืชโตแล้ว เริ่มต้นการใช้ตามโปรแกรมด้านบน


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *