การเกษตรอินทรีย์ กับ ธุรกิจขายตรงบุกรากหญ้า

การเกษตรอินทรีย์ กับ ขายตรงบุกรากหญ้า

รับอานิสงส์ช่วยชาวนา 4 หมื่นล้าน

organic-agriculture

ในวันที่ 20 ตุลาคม 2557 นี้ จะเป็นวันแรกที่เกษตรกรชาวนากำลังจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบ วงเงินรวมกว่า 4 หมื่นล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาผลผลิตตกต่ำและให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ ซึ่งมีเกษตรกรจำนวนทั้งสิ้น 3.49 ล้านครัวเรือน ที่ปลูกข้าวในฤดูการผลิต 2557/2558 โดยได้รับตามพื้นที่ปลูกข้าวจริงแต่ไม่เกิน 15 ไร่ ในอัตราไร่ละ 1 พันบาท รับเงินผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

แม้ว่าวงเงินดังกล่าวจะมีจำนวนจำกัดเพียง 4 หมื่นล้านบาท แต่ถือว่าเป็นเงินที่เข้าถึงเกษตรกรระดับรากหญ้า และจะมีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจช่วยให้เกิดการหมุนเวียนในเงินจำนวนดังกล่าว หลายธุรกิจคงได้รับอานิสงส์จากวงเงินที่เข้ามา อย่างเช่นธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าด้านการเกษตรในกลุ่มธุรกิจขายตรง ก็น่าจะช่วยทำให้ผู้ประกอบการการสร้างการเติบโตให้บริษัทของตนเองได้ไม่น้อย แม้ว่าหลายฝ่ายประเมินว่าธุรกิจขายตรงในปีนี้ไม่เติบโตมากนักมีมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท

เอส เนเจอร์โตทะลุ 500 ล้าน

“เอส เนเจอร์” ธุรกิจขายตรงในเครือบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่มีสินค้ากลุ่มผลิตตภัณฑ์ด้านการเกษตรจำหน่าย และมีอัตราการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องกับผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร โดยเป็นผลจากคุณสมบัติของสินค้าที่ใช้ได้เห็นผลจริง

“เอกรัตน์ โสภาพ” ผู้จัดการทั่วไป เอส เนเจอร์ กล่าวกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า การที่รัฐบาลเตรียมนำเงินมาช่วยเหลือชาวนาวงเงิน 4 หมื่นล้านบาทนั้น มองว่าจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและธุรกิจของบริษัทโดยตรง เนื่องจากบริษัทมีสินค้าการเกษตรที่มีชาวนาใช้จำนวนมาก จึงเชื่อว่าจะส่งผลทำให้ยอดขายของบริษัทเติบโตกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะในช่วงไครมาส 4 นี้ น่าจะมียอดขายกว่า 100 ล้านบาท

“เงินที่เข้ามาในระบบเศรษฐกิจจะส่งผลโดยตรงต่อสินค้าด้านการเกษตร ถ้าเงินถึงมือเกษตรกรจริงๆ สินค้าของบริษัทเป็นทางเลือกหนึ่งที่ชาวนาจะมาใช้ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดศูนย์เกษตรอินทรีย์ จำหน่ายสินค้าการเกษตร เอส แมททริกซ์ หรือ ศูนย์เอส แมททริกซ์ เซ็นเตอร์ (S Matrix Center) ที่จัดจำหน่ายเฉพาะสินค้าด้านการเกษตรอินทรีย์ อำเภอละ 1 ศูนย์ ปัจจุบันมีการเปิดศูนย์ไปแล้ว 450 แห่ง ภายในสินปีนี้คาดว่าจะเปิดได้มากกว่า 500 แห่ง”

ด้านผลดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทมียอดขาย 420 ล้านบาท เติบโตในอัตรา 30 % เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้บริษัทจะทำยอดขายได้กว่า 500 ล้านบาท ปัจจัยความสำเร็จดังกล่าว เป็นผลจากมีกลุ่มผู้นำธุรกิจเข้ามาร่วมงานกับบริษัทจำนวนหนึ่ง เป็นนักธุรกิจที่มีศักยภาพในด้านการขยายงาน ส่งผลให้สามารถขยายจำนวนสมาชิกใหม่เข้ามาสู่ธุรกิจได้มากถึง 3 – 4 พันคนต่อเดือน ปัจจุบันบริษัทมีฐานสมาชิกรวม 1 แสนรหัส เป็นกลุ่มนักธุรกิจอยู่กว่า 3 หมื่นราย

แม้ว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะเติบโตกว่าเป้าหมายที่วางไว้ แต่เมื่อมีโอกาศสร้างการเติบโตเพิ่มได้มากในช่วงไตรมาสสุดท้าย จึงวางแผนขยาย ศูนย์การเกษตรอินทรีย์ หรือ ศูนย์เอส แมททริกซ์ เซ็นเตอร์ อย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยเดือนล่ะ 25-30 ศูนย์ นากจากนี้ยังเตรียมนำสินค้าใหม่ กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชาย “X Men” จากประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาจำหน่ายอีก 6 รายการ โดยจะเปิดตัวและทำการตลาดอย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นปีหน้านี้ ซึ้งคาดหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้อย่างดีให้กับบริษัท

ส่วนทิศทางการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เนื่องจากเป็นช่วงสุดท้ายของปี ประเมินว่ายังมีการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะการจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย การลด แลก แจก แถมต่างๆ

แหล่งที่มา…หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,993 วันที่ 19-22 ตุลาคม 2557

organic-agriculture-smatrix

 


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *